พัวสุ่ยเจี๋ย 泼水节 เทศกาลสงกรานต์ ในประเทศจีน

พัวสุ่ยเจี๋ย 泼水节 เทศกาลสงกรานต์ในประเทศจีน

ประเทศไทย และประเทศในแถบอาเซียน มีเทศกาลสงกรานต์เพื่อฉลองปีใหม่ ส่วนที่ประเทศจีน ในเขตปกครองตนเองชนชาติไท สิบสองปันนา 西双版纳傣族自治州 ซึ่งอยู่ทางใต้สุดของมณฑลยูนนาน ประเทศจีนก็มีการเฉลิมฉลองสงกรานต์เช่นเดียวกัน เรียกว่า พัวสุ่ยเจี๋ย 泼水节

เทศกาลพัวสุ่ยเจี๋ย เป็นประเพณีของชาวไท โดยปกติจะจัดต่อเนื่องตลอด 3 วัน ในช่วงวันที่ 13-15 เมษายน ของทุกปี เหมือนในประเทศไทย

ที่มาของเทศกาลพัวสุ่ยเจี๋ย

มีเรื่องเล่ากันว่า หลายพันปีก่อน มีปีศาจตนหนึ่งยึดครองสิบสองปันนา ซึ่งเป็นเขตอุดมสมบูรณ์ ปีศาจตนนี้บันดาลสิ่งชั่วร้ายให้เกิดขึ้นกับประชาชน และจับสาวงาม 7 คนบังคับให้เป็นภรรยา สาวทั้ง 7 เกิดความเคียดแค้นจึงวางแผนกำจัดปีศาจตนนั้น

คืนหนึ่ง สาวทั้ง 7 ได้ทำอาหารให้ปีศาจกินแล้วชักชวนให้ปีศาจดื่มเหล้า จนปีศาจเมาเหล้าอย่างหนัก จึงเผลอบอกความลับของตนว่า ร่างกายของปีศาจนั้นทำอันตรายใด ๆ ไม่ได้ก็จริง แต่ถ้าเอาเส้นผมของปีศาจเองพันคอและดึงแรง ๆ ก็จะตายแน่นอน

พอปีศาจหลับสนิทแล้ว หญิงสาวที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่ม จึงตัดเส้มผมปีศาจอย่างระมัดระวัง แล้วนำไปพันที่คอของปีศาจอย่างรวดเร็ว จนหัวปีศาจหลุดออกจากบ่า ตกบนพื้น ซึ่งหัวปีศาจนี้ หากตกลงพื้นก็จะเกิดไฟไหม้ หากนำไปทิ้งไว้ในแม่น้ำ ก็จะเกิดอุทกภัย ฝังในดิน ก็จะทำให้ทำนาทำไร่ ไม่ได้ หญิงสาวทั้ง 7 จึงตกลงกันว่าจะผลัดเวรกันอุ้มศรีษะของปีศาจไว้ คนละ 1 ปี โดยผลัดเวรกันในวันสิ้นปีตามปฏิทินจันทรคติ

ต่อมาเพื่อระลึกถึงคุณความดีของสาวทั้ง 7 คน ที่ช่วยกันกำจัดปีศาจและเสียสละกันผลัดเวรกันอุ้มศรีษะของปีศาจไว้เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติภัยแก่โลก ชาวไทสิบสองปันนาจึงจัดให้มีการรดน้ำ เพื่อเป็นพิธีล้างเคราะห์ภัยในช่วงในวันปีใหม่

ตำนานนางสงกรานต์ของไทย

จากตำนานที่มาของเทศกาลพัวสุ่ยเจี๋ยนี้ ได้คล้ายกับตำนานนางสงกรานต์ของไทย ซึ่งมีเรื่องเล่าว่า

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเศรษฐีคนหนึ่ง รวยทรัพย์แต่อาภัพบุตร ตั้งบ้านอยู่ใกล้กับนักเลงสุราที่มีบุตรสองคน วันหนึ่งนักเลงสุราต่อว่าเศรษฐีจนกระทั่งเศรษฐีน้อยใจ จึงได้บวงสรวงพระอาทิตย์ พระจันทร์ ตั้งจิตอธิษฐานอยู่กว่าสามปี ก็ไร้วี่แววที่จะมีบุตร อยู่มาวันหนึ่งพอถึงช่วงที่พระอาทิตย์ยกขึ้นสู่ราศีเมษ เศรษฐีได้พาบริวารไปยังต้นไทรริมน้ำ พอถึงก็ได้เอาข้าวสารลงล้างในน้ำเจ็ดครั้ง แล้วหุงบูชาอธิษฐานขอบุตรกับรุกขเทวดาในต้นไทรนั้น รุกขเทวดาเห็นใจเศรษฐี จึงเหาะไปเฝ้าพระอินทร์ ไม่ช้าพระอินทร์ก็มีเมตตาประทานให้เทพบุตรองค์หนึ่งนาม “ธรรมบาล” ลงไปปฏิสนธิในครรภ์ภรรยาเศรษฐี ไม่ช้าก็คลอดออกมา เศรษฐีตั้งชื่อให้กุมารน้อยนี้ว่า ธรรมบาลกุมาร และได้ปลูกปราสาทไว้ใต้ต้นไทรให้กุมารนี้อยู่อาศัย

ต่อมาเมื่อธรรมบาลกุมารโตขึ้น ก็ได้เรียนรู้ซึ่งภาษานก และเรียนไตรเภทจบเมื่ออายุได้เจ็ดขวบ เขาได้เป็นอาจารย์บอกมงคลต่าง ๆ แก่คนทั้งหลาย อยู่มาวันหนึ่ง ท้าวกบิลพรหม ได้ลงมาถามปัญหากับธรรมบาลกุมาร 3 ข้อ ถ้าธรรมบาลกุมารตอบได้ก็จะตัดเศียรบูชา แต่ถ้าตอบไม่ได้จะตัดศีรษะธรรมบาลกุมารเสีย ท้าวกบิลพรหมถามธรรมบาลกุมารว่า ตอนเช้าศรีอยู่ที่ไหน ตอนเที่ยงศรีอยู่ที่ไหน และตอนค่ำศรีอยู่ที่ไหน ทันใดนั้นธรรมบาลกุมารจึงขอผัดผ่อนกับท้าวกบิลพรหมเป็นเวลา 7 วัน

ทางธรรมบาลกุมารก็พยายามคิดค้นหาคำตอบ ล่วงเข้าวันที่ 6 ธรรมบาลกุมารก็ลงจากปราสาทมานอนอยู่ใต้ต้นตาล เขาคิดว่า ขอตายในที่ลับยังดีกว่าไปตายด้วยอาญาท้าวกบิลพรหม บังเอิญบนต้นไม้มีนกอินทรี 2 ตัว ผัวเมียเกาะทำรังอยู่ นางนกอินทรีถามสามีว่า พรุ่งนี้เราจะไปหาอาหารแห่งใด สามีตอบนางนกว่า เราจะไปกินศพธรรมบาลกุมาร ซึ่งท้าวกบิลพรหมจะฆ่าเสีย ด้วยแก้ปัญหาไม่ได้ นางนกจึงถามว่า คำถามที่ท้าวกบิลพรหมถามคืออะไร สามีก็เล่าให้ฟัง ซึ่งนางนกก็ไม่สามารถตอบได้ สามีจึงเฉลยว่า ตอนเช้า ศรีจะอยู่ที่หน้า คนจึงต้องล้างหน้าทุก ๆ เช้า ตอนเที่ยง ศรีจะอยู่ที่อก คนจึงเอาเครื่องหอมประพรมที่อก ส่วนตอนเย็น ศรีจะอยู่ที่เท้า คนจึงต้องล้างเท้าก่อนเข้านอน ธรรมบาลกุมารก็ได้ทราบเรื่องที่นกอินทรีคุยกันตลอด จึงจดจำไว้

ครั้นรุ่งขึ้น ท้าวกบิลพรหมก็มาตามสัญญาที่ให้ไว้ทุกประการ ธรรมบาลกุมารจึงนำคำตอบที่ได้ยินจากนกไปตอบกับท้าวกบิลพรหม ท้าวกบิลพรหมจึงตรัสเรียกธิดาทั้งเจ็ดอันเป็นบาทบาจาริกาพระอินทร์มาประชุมพร้อมกัน แล้วบอกว่า เราจะตัดเศียรบูชาธรรมบาลกุมาร ถ้าจะตั้งไว้ยังแผ่นดิน ไฟก็จะไหม้โลก ถ้าจะโยนขึ้นไปบนอากาศ ฝนก็จะแล้ง ถ้าจะทิ้งในมหาสมุทร น้ำก็จะแห้ง จึงให้ธิดาทั้งเจ็ดนำพานมารองรับ แล้วก็ตัดเศียรให้นางทุงษะ ผู้เป็นธิดาองค์โต จากนั้นนางทุงษะก็อัญเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหมเวียนขวารอบเขาพระสุเมรุ  แล้วเก็บรักษาไว้ในถ้ำคันธุลี ในเขาไกรลาศ

จากนั้นมาทุก ๆ 1 ปี ธิดาของท้าวกบิลพรหมทั้ง 7 ก็จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาทำหน้าที่อัญเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหมแห่ไปรอบเขาพระสุเมรุ เป็นเวลา 60 นาที แล้วประดิษฐานตามเดิม ในแต่ละปีนางสงกรานต์แต่ละนางจะทำหน้าที่ผลัดเปลี่ยนกันตามวันมหาสงกรานต์

การเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลพัวสุ่ยเจี๋ย

ชาวไทใน 12 ปันนา จะร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลพัวสุ่ยเจี๋ย โดยมีการแข่งขันเรือมังกร  การแสดง การก่อเจดีย์ทรายจุดบั้งไฟ ในช่วงตอนกลางคืน ก็จะมีการปล่อยโคมไฟริมแม่น้ำ ในตอนเช้า ก็มีการทำบุญตักบาตร ไหว้พระทำบุญ  และเล่นน้ำสงกรานต์ เช่นเดียวกับคนไทย

โดยเทศกาลสงกรานต์ ที่สิบสองปันนาจะจัดขึ้นที่ จตุรัสพัวสุ่ย 泼水广场 เมืองจิ่นหง 景洪市เขตปกครองตนเองชนชาติไท สิบสองปันนา 西双版纳傣族自治州


ที่มาข้อมูล/รูปภาพ : Baidu / educatepark / 云南民族村官方微博