เมื่อลมวสันต์พัดผ่านเข้าสู่เดือนสี่ตามปฏิทินจันทรคติ จีนจะเข้าสู่ช่วงเวลาที่ดอกไม้เบ่งบานงดงามที่สุด โดยมี ดอกเสาเย่า เป็นนางเอกของฤดูกาล
หญิงสาวในชุดฮั่นฝูสีส้มสดใสประหนึ่งตัวแทนของ หยางกุ้ยเฟย สตรีผู้มีความงามล่มเมืองแห่งราชวงศ์ถัง ผู้ซึ่งมักถูกเปรียบเปรยความงามกับความหรูหราของดอกโบตั๋น
บทกวี ชิงผิงเตี้ยว 清平调 ถือเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นเอกที่โด่งดังที่สุดของ หลี่ไป๋ กวีเอกสมัยราชวงศ์ถัง ซึ่งได้รับการยกย่องว่าพรรณนาความงามของสตรีได้สละสลวยที่สุดในประวัติศาสตร์วรรณกรรมจีน
清平调词三首
其一
云想衣裳花想容,春风拂槛露华浓。
若非群玉山头见,会向瑶台月下逢。
其二
一枝秾艳露凝香,云雨巫山枉断肠。
借问汉宫谁得似,可怜飞燕倚新妆。
其三
名花倾国两相欢,长得君王带笑看。
解释春风无限恨,沉香亭北倚阑干。
คำแปลและการตีความ
บทที่ 1
云想衣裳花想容,春风拂槛露华浓。
若非群玉山头见,会向瑶台月下逢。
เมฆาชวนให้คนึงถึงอาภรณ์ ผกาชวนให้ระลึกถึงนวลหน้า
สายลมวสันต์พัดผ่านขอบรั้ว หยาดน้ำค้างพรมให้ดอกไม้ดูพริ้มเพรา
หากแม้นมิได้พบนาง ณ ยอดเขาหยก
ก็คงจะได้พบนางใต้แสงจันทร์ ณ ระเบียงหยก
บทที่ 2
一枝红艳露凝香,云雨巫山枉断肠。
借问汉宫谁得似,可怜飞燕倚新妆。
แปล
บทที่ 3
名花倾国两相欢,常得君王带笑看。
解释春风无限恨,沉香亭北倚阑干。
แปล
ดอกไม้เลื่องชื่อและหญิงงามล่มเมือง ต่างมอบความสุขให้แก่กันและกัน
องค์จักรพรรดิจึงมักทอดพระเนตรมองด้วยรอยพระสรวลอยู่เสมอ
ความงามนี้ช่วยขจัดความทุกข์ระทมทั้งมวลให้หายไปกับสายลมใบไม้ผลิ
ณ ทิศเหนือของศาลาไม้หอม ที่ซึ่งนางยืนอิงแอบราวระเบียงอย่างสง่างาม
