สวี่เว่ย (徐渭 – Xu Wei, ค.ศ. 1521–1593) หรือนามปากกาที่รู้จักกันดีในชื่อ ชิงเถิงเต้าเหริน 青藤道士 เป็นยอดอัจฉริยะแห่งยุคราชวงศ์หมิง ผู้ได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในศิลปินที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์จีน
เขาเป็นทั้งกวี จิตรกร นักเขียนอักษรวิจิตร นักยุทธศาสตร์การทหาร นักเขียนบทละคร นักเขียนวรรณกรรมพื้นบ้าน นักชิมอาหาร นักดื่มสุรา นักพรตเซนผู้บ้าคลั่ง นักบวชลัทธิเต๋า นักเดินทาง นักประวัติศาสตร์ ผู้ป่วยทางจิต และฆาตกร
ชีวิตของสวีเว่ยเริ่มต้นด้วยความเป็นอัจฉริยะ เขาฉายแววความรู้ความสามารถมาตั้งแต่เด็ก แต่กลับต้องเผชิญกับความอาภัพในเส้นทางราชการด้วยการสอบตกถึง 8 ครั้ง ความกดดันสะสมร่วมกับมรสุมชีวิตจากการสูญเสียผู้อุปถัมภ์ ทำให้เขาต้องเผชิญกับอาการป่วยทางจิตอย่างรุนแรง จนนำไปสู่เหตุการณ์สะเทือนขวัญและการติดคุกนานหลายปี ทว่าในช่วงเวลาแห่งความทุกข์ระทมนี้นี่เอง ที่เขาสามารถกลั่นกรองความเจ็บปวดออกมาเป็นลายเส้นพู่กันที่ดุดัน อิสระ และทรงพลังอย่างที่ไม่เคยมีศิลปินคนใดทำมาก่อน
ในด้านอักษรจีน สวีเว่ยโดดเด่นอย่างมากในสไตล์อักษรหวัด 狂草 ที่เส้นสายมีความต่อเนื่อง พลิ้วไหว และแฝงไปด้วยจังหวะที่รุนแรงราวกับบทกวีที่มีชีวิต
อักษรหวัดบ้าคลั่ง 狂草
อักษรของสวีเว่ยไม่ได้เน้นความเรียบร้อยหรือความสมดุลตามตำราดั้งเดิม แต่เป็นลักษณะการพ่นอารมณ์ลงบนกระดาษ เส้นสายลายเส้นที่พันกัน ต่อเนื่องและพัวพันกันเหมือนเถาวัลย์ สะท้อนถึงจิตใจที่ปั่นป่วนและการปลดปล่อยอารมณ์ น้ำหนักที่รุนแรง บางจังหวะเขากดพู่กันจนหมึกชุ่มโชก และบางจังหวะก็สะบัดจนเห็นรอยแห้งของขนพู่กัน
ภาพวาด
ในยุคราชวงศ์หมิงที่คนส่วนใหญ่ยังเลียนแบบสไตล์โบราณ สวีเว่ยกลับสร้างทางของตัวเอง เขาเป็นคนแรก ๆ ที่ทำให้ตัวอักษรและภาพวาดกลายเป็นเนื้อเดียวกัน ในภาพวาดดอกไม้ของเขา
มีเรื่องเล่าว่าตอนที่เขาวาดภาพหรือเขียนอักษร เขามักจะทำในขณะที่กำลังมีอารมณ์พลุ่งพล่าน หรือบางครั้งก็หลังจากดื่มสุรา เพื่อให้พู่กันเคลื่อนไปตามสัญชาตญาณโดยปราศจากการปรุงแต่ง
เทพเจ้าดอกสู่ขุย ดอกไม้ประจำเดือน 7 ของจีน
สวีเวี่ย ได้ถูกยกย่องให้เป็น เทพเจ้าแห่งดอกไม้ ประจำเดือน 7 ของจีน นั่นคือ ดอกสู่ขุย 蜀葵 สัญลักษณ์ของจิตวิญญาณที่ซื่อตรงและเด็ดเดี่ยว แม้ในยามที่ต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตที่มืดมนที่สุด
บทกลอนดอกสวี่ขุย《黄蜀葵》 ผลงานของ สวีเว่ย (Xu Wei – 明·徐渭) สมัยราชวงศ์หมิง
《黄蜀葵》明·徐渭
阿姐矜妆段阿耶,妆成浑似阿耶耶。
丹心托向谁,画里向阳枝。
自叹南冠奏曲时,不如画里向阳枝。
พี่สาวแต่งแต้มกายอย่างประณีตงดงามพิถีพิถัน ยามแต่งเสร็จกลับยิ่งดูคล้ายคลึงดั่งบิดา
หัวใจอันบริสุทธิ์และภักดีนี้จะฝากไว้กับผู้ใด? ก็มีเพียงกิ่งไม้ในภาพวาดที่หันหน้าเข้าหาแสงตะวันเท่านั้น
ถอนหายใจยามต้องบรรเลงเพลงในฐานะนักโทษ มิสู้เป็นกิ่งไม้ที่หันหน้าเข้าหาแสงตะวันในภาพวาด
การตีความ
บทกวีนี้สวีเว่ยเขียนขึ้นเพื่อบรรยายอารมณ์ความขมขื่นในใจ คำว่า “丹心” (หัวใจสีแดง/ความภักดี) และ “向阳” (หันหาแสงอาทิตย์) เป็นคุณลักษณะของดอกสวี่ขุย 蜀葵 ที่มักหันตามแสงอาทิตย์เสมอ เปรียบเสมือนตัวเขาที่มีความจงรักภักดีและปัญญาความสามารถ แต่ในชีวิตจริงกลับถูกจำขังและอาภัพ เขาเปรียบตนเหมือน 南冠 หรือนักโทษ เขาจึงตัดพ้อว่า ชีวิตจริงของตนที่แสนเจ็บปวดนี้ ยังมิอาจเทียบได้กับกิ่งไม้ที่ได้เปี่ยมด้วยความหวังและได้รับแสงอาทิตย์ในภาพวาดที่เขาสร้างขึ้นมาเอง
