พระอมิตาภะพุทธเจ้า

พระอมิตาภะพุทธเจ้า ทรงเป็นหนึ่งในพระพุทธเจ้าที่มีความสำคัญและได้รับความนับถืออย่างสูงสุดในพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน โดยเฉพาะในนิกายสุขาวดีที่แพร่หลายในจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี

พระนามของพระองค์มีความหมายลึกซึ้งถึงสองประการ คือ

“แสงสว่างอันหาประมาณมิได้” (Amitābha) และ “อายุขัยอันหาประมาณมิได้” (Amitāyus)

ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะธรรมที่เป็นอมตะและแผ่กระจายไปทั่วทุกสรรพสิ่งอย่างไม่มีขอบเขต

พระองค์คือตัวแทนของความเมตตาและการปล่อยวางจากอวิชชา เพื่อนำพาสรรพสัตว์ให้พ้นจากห้วงแห่งการเวียนว่ายตายเกิด

พระอมิตาภะพุทธเจ้า ออหมีถ่อฮุก ทรงเป็นพระพุทธเจ้าที่พุทธศาสนิกชน ฝ่ายมหายานบูชาแพร่หลายมากที่สุด ท่านเป็นพระธยานิพุทธะ ประทับอยู่ในโลกธาตุทางทิศตะวันตก เรียกชื่อว่า สุขาวดีพุทธเกษตร ซึ่งเป็นพุทธเกษตรแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก พระองค์มีรูปกายเป็นสีแดง

ดินแดนพุทธเกษตร สุขาวดี

เชื่อกันว่าพระอมิตาภะพุทธเจ้า ทรงประทับอยู่ที่ ดินแดนสุขาวดี ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก ดินแดนแห่งนี้ถูกพรรณนาว่าเป็นสถานที่ที่ปราศจากความทุกข์ทางกายและใจ เต็มไปด้วยทัศนียภาพที่งดงามและเสียงแห่งธรรมะที่เกื้อกูลต่อการปฏิบัติธรรม เป้าหมายสำคัญของผู้ที่เลื่อมใสในพระองค์คือการได้ไปอุบัติใหม่ในแดนสุขาวดี เพื่อที่จะปฏิบัติวิปัสสนาภายใต้การชี้นำของพระองค์โดยตรงจนบรรลุถึงซึ่งพระนิพพาน

พระนามของพระองค์ มีอยู่สองพระนาม คือ

อมิตาภะ หรือ ออหมี่ท้อ แปลว่า ผู้มีความสว่างอันประมาณมิได้ และ

อีกพระนามหนึ่ง คือ อมิตายุส หรือบ่อเหลียงสิ่วฮุก แปลว่า ผู้มีอายุอันประมาณมิได้

เรามักจะเห็นพระปฏิมาของพระองค์ท่านรวมอยู่กับพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า และพระศากยมุนี รวมเป็นสามองค์ในที่ประดิษฐานภายในอุโบสถ เรียกว่า ไตรพุทธ ซำปอฮุก

มหาสาวกของพระอมิตาภะพุทธเจ้า คือ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (พระกวนอิม) ผู้แทนแห่งความเมตตา และ พระมหาสถามปราปต์โพธิสัตว์ ผู้แทนแห่งสติปัญญา เรียก พระอมิตาภะพุทธเจ้า และพระมหาสาวกทั้ง 2 รวมกันว่า สามมหาโพธิสัตว์แห่งสุขาวดี 西天三圣

มหาปณิธาน 48 ประการ

มหาปณิธาน 48 ประการ คือ คำมั่นสัญญาที่ พระธรรมากรโพธิสัตว์ (อดีตชาติของพระอมิตาภะพุทธเจ้า) ทรงประกาศไว้ต่อหน้าพระโลเกศวรราชพุทธเจ้า ก่อนที่พระองค์จะบำเพ็ญบารมีจนสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า สามารถสรุปออกเป็นประเภทต่าง ๆ ได้ดังนี้

1. ปณิธานเพื่อความสุขขีและไร้อบายภูมิ (ข้อที่ 1-3)

พระองค์ทรงตั้งใจว่าในดินแดนของพระองค์จะ ไม่มีนรก เปรต หรืออสุรกาย สรรพสัตว์ที่ไปอุบัติที่นั่นจะไม่มีวันตกต่ำลงสู่ภูมิทุคติอีก และจะมีรูปกายที่งดงามประดุจทองคำ มีลักษณะมหาบุรุษเหมือนกันหมด เพื่อขจัดความริษยาและการแบ่งแยก

2. ปณิธานด้านอภิญญาและปัญญา (ข้อที่ 4-11) ผู้ที่เกิดในแดนสุขาวดีจะได้รับพลังพิเศษ (อภิญญา) ทันที ได้แก่:

  • ตาทิพย์/หูทิพย์: สามารถมองเห็นและได้ยินเสียงพุทธธรรมจากทั่วทุกจักรวาล
  • ระลึกชาติได้: รู้เห็นอดีตชาติของตนเองและผู้อื่นเพื่อความไม่ประมาท
  • รู้วาระจิต: สามารถหยั่งรู้จิตใจของผู้อื่นได้
  • การบรรลุธรรม: ทุกท่านจะตั้งมั่นอยู่ในหนทางแห่งความตรัสรู้ (อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ) โดยไม่มีการถอยหลังกลับ

3. ปณิธานด้านรัศมีและอายุขัย (ข้อที่ 12-15)

พระองค์ทรงตั้งปณิธานว่า รัศมีของพระองค์จะส่องสว่างไปทั่วสากลจักรวาลโดยไม่มีประมาณ และพระชนมายุของพระองค์รวมถึงผู้ที่อุบัติในดินแดนนั้นจะ ยืนยาวหาขีดจำกัดมิได้ เพื่อให้มีเวลาเพียงพอต่อการปฏิบัติธรรมจนถึงที่สุด

4. ปณิธานแห่งความเมตตาและการรับเข้าสู่แดนสุขาวดี (ข้อที่ 18-20) คือหัวใจสำคัญของนิกายสุขาวดี:

  • ข้อที่ 18 : หากสรรพสัตว์ใดสวดระลึกถึงพระนามของพระองค์ด้วยความศรัทธาสูงสุด แม้เพียง 10 ครั้ง แล้วไม่ได้ไปอุบัติในแดนสุขาวดี พระองค์จะไม่อุปสมบทเป็นพระพุทธเจ้า (ยกเว้นผู้ทำอนันตริยกรรมหรือทำลายพระธรรม)
  • ข้อที่ 19: พระองค์จะปรากฏพระกายต่อหน้าผู้ปฏิบัติธรรมในขณะที่กำลังจะสิ้นใจ เพื่อรับดวงวิญญาณไปสู่สุขาวดี

5. ปณิธานเพื่อเกื้อกูลโพธิสัตว์และเทวดา (ข้อที่ 21-48)

ส่วนที่เหลือจะเน้นไปที่การอำนวยความสะดวกแก่พระโพธิสัตว์จากทั่วทุกทิศ เช่น การได้ฟังธรรมตามปรารถนา การได้รับรัศมีแล้วเกิดความสงบเยือกเย็น หรือแม้แต่สตรีที่ได้ยินพระนามแล้วเกิดความเลื่อมใส หากเบื่อหน่ายในสตรีเพศ เมื่อสิ้นใจแล้วจะไม่กลับมาเกิดเป็นสตรีอีก (ตามคติความเชื่อสมัยโบราณที่มองว่ากายสตรีมีอุปสรรคต่อการบำเพ็ญบางประการ)

บทสวด อมิตาพุทธ

ในมหาปณิธาน ข้อที่ 18 ทรงตั้งประณิธานว่า

เมื่อพระองค์ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว หากมีผู้เจริญภาวนาสวดพระนามของพระองค์ท่านเมื่อหมดอายุขัยถึงแก่กรรมลง พระองค์ท่านจะมารับไปเกิด ณ แดนสุขาวดีพุทธเกษตร ขอให้ไปบังเกิดในแดนสุขาวดี ยกเว้นเฉพาะผู้ที่กระทำอนันตริยกรรม 5 หรือผู้กล่าวจาบจ้วงพระธรรมวินัย

ดังนั้นชาวพุทธฝ่ายมหายานจึงเชื่อกันว่าหากผู้ที่หมั่นเจริญภาวนา สวดพระนามของพระองค์ท่านด้วยคำว่า

นะโม อมิตาภายตถาคตาย อาร์เจ สัมยักสัมพุทธายะ หมายถึง “ข้าพเจ้าขอน้อมกราบแด่พระอมิตาภะพุทธเจ้า พระตถาคตเจ้า ผู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (ผู้ตรัสรู้โดยชอบด้วยพระองค์เอง)” หรือ ”นำโมออมีถ่อฮุก” ในภาษาจีน

ผู้ปฏิบัติดังนี้เมื่อหมดอายุขัยถึงแก่กรรมลงตาม ได้กล่าวว่า พระอมิตาภพุทธะ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ และพระมหาสถามปราปต์โพธิสัตว์ จะเสด็จมารับไปยังแดนสุขาวดี

ซึ่งการ มีจิตศรัทธาแรงกล้าและหมั่นระลึกถึงพระนามของพระองค์ ทำให้เกิดวิถีปฏิบัติที่เรียกว่า “พุทธานุสติ” หรือการสวดภาวนาคำว่า “นำมอ อานีถ่อฮุก” (ในภาษาจีน) หรือ “นโม อมิตา พุทธ” ในภาษาไทย ซึ่งการปฏิบัติสวดพระนามพระองค์ท่านเหมาะกับทุกเพศทุกวัย ทุกอาชีพ ผู้มีความรู้หรือไม่มีความรู้ก็สามารถปฏิบัติได้

คำว่า “อมิตาภะพุทธ” ชาวพุทธมหายานใช้เป็นคำอุทาน รวมทั้งเป็นการปลงในกรณีผู้กระทำที่ชอบธรรมบางครั้งก็ใช้เป็นคำอนุโมทนา

ชาวจีนบูชาท่านในวันประสูติ คือวันที่ 17 เดือน 11 ตามปฏิทินจีน