ไต้ฮงกง พระผู้เมตตา ต้นกำเนิดงานกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

หากพูดถึงสัญลักษณ์แห่งความเมตตาและการช่วยเหลือผู้ยากไร้ในสังคมไทย ชาวไทยเชื้อสายจีนมักจะนึกถึง “หลวงปู่ไต้ฮงกง” หรือ “พระภิกษุไต้ฮง” ศูนย์รวมจิตใจและเป็นต้นกำเนิดของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มหาบุรุษท่านนี้ดำเนินชีวิตอยู่จริงในประวัติศาสตร์จีนเมื่อเกือบพันปีก่อน โดยเรื่องราวของท่านไม่ได้มีเพียงแค่ความศักดิ์สิทธิ์ แต่เต็มไปด้วยปรัชญาการเสียสละและการลงมือทำเพื่อบรรเทาทุกข์ให้เพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริง

เส้นทางชีวิตของท่านเริ่มต้นในสมัยราชวงศ์ซ่ง (พ.ศ. 1582) ณ มณฑลเจ้อเจียง ท่านเกิดในตระกูลหลิน (林) เป็นผู้มีความปราดเปรื่องตั้งแต่วัยเยาว์จนสามารถสอบได้ตำแหน่ง “จิ้นซื่อ” (บัณฑิตชั้นเอก) และได้เข้ารับราชการเป็นนายอำเภอ ทว่าด้วยความเบื่อหน่ายในความฉ้อฉลของระบบราชการและปรารถนาในความสงบทางธรรม ท่านจึงตัดสินใจสละลาภยศและทรัพย์สมบัติทั้งหมดเพื่อเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์เมื่ออายุได้ 54 ปี โดยได้รับฉายาทางธรรมว่า “ไต้ฮง” (大峰) และออกธุดงค์เพื่อโปรดสัตว์ไปตามสถานที่ต่างๆ

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อท่านธุดงค์มาถึงอำเภอเท่งไฮ้ (เฉิงไห่) ในเมืองแต้จิ๋ว (ฉานโถว) มณฑลกวางตุ้ง ซึ่งในเวลานั้นประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างรุนแรง ทั้งอุทกภัยและโรคระบาด ส่งผลให้มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก ศพผู้เสียชีวิตถูกทิ้งขว้างเกลื่อนกลาดตามท้องถนนและแม่น้ำอย่างน่าเวทนา หลวงปู่ไต้ฮงในวัยชรามิได้นิ่งดูดาย ท่านได้ชักชวนชาวบ้านที่พอมีกำลังมาร่วมกันเก็บกวาดและฝังศพไร้ญาติอย่างถูกวิธี พร้อมทั้งจัดตั้งโรงทานแจกจ่ายอาหารและยารักษาโรคเพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับผู้รอดชีวิต

นอกจากการจัดการศพและช่วยเหลือผู้ป่วยแล้ว ผลงานชิ้นสำคัญที่เป็นอนุสรณ์แห่งความมุ่งมั่นของท่านคือ “การสร้างสะพานฮั่วเผ็ง” เนื่องจากแม่น้ำในแถบนั้นมีความเชี่ยวกรากมาก มักเกิดอุบัติเรือล่มคร่าชีวิตชาวบ้านอยู่บ่อยครั้ง หลวงปู่ไต้ฮงจึงได้ระดมทุนและลงมือคุมงานก่อสร้างสะพานหินขนาดยาวด้วยตนเอง แม้ท่านจะละสังขารไปก่อนที่สะพานจะเสร็จสิ้น แต่ความดีงามของท่านได้จุดประกายให้ชาวบ้านร่วมใจกันสร้างจนสำเร็จ และร่วมกันจัดตั้งคณะเก็บศพไร้ญาติในนาม “ป่อเต็กตึ๊ง” (报德堂) ซึ่งแปลว่า “ศาลาสนองคุณ” เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของท่าน

ความศรัทธานี้ได้หลั่งไหลตามกลุ่มชาวจีนโพ้นทะเลมาสู่ผืนแผ่นดินไทย จนเกิดเป็น “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” ที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน