โคมไฟเต็งลั้ง (燈籠/灯笼 – เติงหลง, เต็งลั้ง) เป็นโคมไฟจีนโบราณที่มีประวัติยาวนานโดยผู้คนจะประดับโคมไฟตามบ้าน วัด และถนน เพื่อเฉลิมฉลอง ขอพร และเสริมสิริมงคล
โคมไฟเต็งลั้ง นิยมแขวนและตกแต่งในทุกงานเฉลิมฉลอง โดยเฉพาะเทศกาลพื้นบ้าน เช่น วันปีใหม่ เทศกาลโคมไฟ และเทศกาลไหว้พระจันทร์ ร้านอาหารและโรงเตี๊ยมจะแขวนโคมไฟเมื่อเปิดทำการ เพื่อเฉลิมฉลอง ดึงดูดลูกค้า และให้แสงสว่างแก่ผู้สัญจรไปมา
ตามความเชื่อของชาวจีน โคมไฟเต็งลั้งถือเป็นสื่อกลางในการเรียกโชคลาภ ความเป็นสิริมงคล และพลังมงคลเข้าสู่บ้านเรือน โดยเฉพาะโคมสีแดงซึ่งเป็นสีมงคลสูงสุด สื่อถึงความสุข ความสำเร็จ และความเจริญรุ่งเรือง
การแขวนโคมไฟในช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น เทศกาลหยวนเซียวหรือช่วงตรุษจีน เชื่อว่าจะช่วยเสริมดวงชะตาให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข มีความสามัคคี และชีวิตราบรื่นตลอดปี
นอกจากนี้ โคมไฟเต็งลั้งยังมีความเชื่อเกี่ยวข้องกับการขอพรและการอธิษฐาน ในอดีตผู้คนมักเขียนคำอวยพร บทกลอน หรือปริศนาลงบนโคมไฟ โดยเชื่อว่าคำอธิษฐานจะลอยไปสู่สวรรค์พร้อมแสงไฟ และได้รับการตอบสนองจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แสงจากโคมไฟจึงเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับสวรรค์
ทั้งนี้ ในช่วงเทศกาลหยวนเซียวในสมัยโบราณ มีการละเล่นทายปริศนาที่อยู่บนโคมไฟ 猜灯谜 ที่ติดอยู่ที่โคมไฟอีกด้วย
ตำนานพื้นบ้านเกี่ยวกับการแขวนโคมไฟในเทศกาลหยวนเซียว
ตามตำนานพื้นบ้านจีน มีเรื่องเล่าที่น่าสนใจเกี่ยวกับกำเนิดของประเพณีการแขวนโคมไฟ
เล่ากันว่าในสมัยโบราณ โลกมนุษย์เต็มไปด้วยสัตว์ร้ายที่ออกอาละวาดทำร้ายผู้คนและสัตว์เลีเยง ชาวบ้านจึงรวมตัวกันออกล่าเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน
วันหนึ่งมีนกศักดิ์สิทธิ์จากสวรรค์หลงทางบินลงมายังโลกมนุษย์ และถูกนายพรานที่ไม่รู้ความจริงยิงตายโดยไม่ได้ตั้งใจ
เมื่อข่าวนี้ไปถึงสวรรค์ เทียนตี้หรือจักรพรรดิแห่งสวรรค์ทรงกริ้วอย่างยิ่ง จึงมีพระบัญชาให้กองทัพสวรรค์ลงมายังโลกมนุษย์ในคืนวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 1 เพื่อเผาผลาญโลกมนุษย์ให้เป็นเถ้าถ่าน
พระธิดาของเทียนตี้ซึ่งมีจิตใจเมตตา ไม่อาจทนเห็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องรับเคราะห์ จึงแอบลงมายังโลกมนุษย์และนำข่าวร้ายนี้ไปบอกแก่ชาวบ้าน
เมื่อรู้ความจริง ชาวบ้านต่างตื่นตระหนก จนมีผู้หนึ่งซึ่งเฉลียวฉลาดเสนออุบายให้ทุกครัวเรือนแขวนโคมไฟสีแดง จุดประทัด และจุดดอกไม้ไฟติดต่อกันเป็นเวลา 3 คืน คือคืนวันที่ 15, 16 และ 17 เดือน 1 เพื่อให้ทั่วทั้งเมืองสว่างไสวราวกับถูกไฟเผาผลาญจริง ๆ
ในคืนวันขึ้น 15 ค่ำ เมื่อ เทียนตี้ทอดพระเนตรลงมาจากสวรรค์ เห็นโลกมนุษย์แดงฉานไปด้วยแสงไฟ เสียงดังสนั่นติดต่อกันหลายคืน ก็เข้าใจผิดว่ากองทัพสวรรค์ได้ลงโทษมนุษย์ไปแล้ว จึงทรงยกเลิกพระบัญชา ทำให้โลกมนุษย์รอดพ้นจากหายนะครั้งใหญ่
นับแต่นั้นมา เพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์ที่มนุษย์รอดพ้นจากภัยพิบัติ และเป็นสัญลักษณ์แห่งแสงสว่างที่ช่วยชีวิตผู้คน ทุกครัวเรือนจึงแขวนโคมไฟในคืนวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนแรก หรือเทศกาลหยวนเซียว สืบทอดเป็นประเพณีมาจนถึงปัจจุบัน
ประวัติศาสตร์
จุดเริ่มต้นของเต็งลั้งสามารถย้อนกลับไปได้ถึงสมัยราชวงศ์ฮั่น ซึ่งในระยะแรกถูกประดิษฐ์ขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางกายภาพคือการปกป้องไฟจากกระแสลม
จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้โคมไฟกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมคือการแผ่ขยายของพระพุทธศาสนา โดยมีบันทึกว่าจักรพรรดิฮั่นหมิงตี้ทรงเลื่อมใสในพุทธศาสนาและมีบัญชาให้จุดโคมไฟเพื่อบูชาพระพุทธเจ้าในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 1 ซึ่งตรงกับวันเพ็ญแรกของปี
ความเลื่อมใสนี้ได้ขยายตัวจากในวังหลวงสู่บ้านเรือนราษฎร จนกลายเป็นต้นกำเนิดของ “เทศกาลหยวนเซียว” หรือเทศกาลโคมไฟ อันเป็นสัญลักษณ์ของการสิ้นสุดการเฉลิมฉลองวันตรุษจีนอย่างเป็นทางการ
หลักการแขวนโคมไฟเต็งลั้งที่ถูกต้อง
1. ต้องแขวนเป็นคู่ เนื่องจากชาวจีนเชื่อเรื่อง “ความสมดุล” ดังนั้น การแขวนโคมไฟจึงต้องแขวนซ้าย-ขวาให้สมดุล และเน้นเป็นเลขคู่
2.นิยมแขวนโคมไฟไว้ที่หน้าประตูบ้านหรือทางเข้าหลัก เพื่อเป็นการต้อนรับ และเรียกพลังงานดีๆ เข้าสู่ตัวบ้าน
3. แขวนโคมไฟเต็งลั้ง ในความสูงที่พอเหมาะไม่ควรแขวนต่ำจนเกินไปจนเดินชน หรือสูงจนมองไม่เห็นความสวยงาม ควรอยู่ในระดับสายตาหรือเหนือหัวเล็กน้อย
สั่งซื้อโคมไฟเต็งลั้งประดับบ้าน โคมแดงกำมะหยี่ 1 คู่ click
