ตามความเชื่อโบราณ วันที่ 6 เดือน 1คือวันที่ต้อง ขับไล่ความจน 送穷 ออกไปจากบ้าน โดยการทำความสะอาด
ตำนานเทพผีแห่งความยากจน
หลี่ยง 李邕 นักเขียนสมัยราชวงศ์ถัง เขียนไว้ใน “บันทึกสวนหุบเขาทอง” 《金谷园记》ว่า
“บุตรชายของจักรพรรดิเกาหยางผอมแห้งและอ่อนแอ ชอบสวมเสื้อผ้าขาด ๆ และกินโจ๊ก เมื่อมีคนตัดเย็บเสื้อผ้าใหม่ให้ เขาก็จะฉีกและเผาเพื่อสวมใส่ ในวังจึงเรียกเขาว่า เด็กยากจน เขาเสียชีวิตในตรอกในวันสุดท้ายของเดือนแรก
ปัจจุบันนี้ เมื่อผู้คนทำโจ๊กและทิ้งเสื้อผ้าขาด ๆ พวกเขาก็จะถวายเครื่องบูชาในตรอกในวันนั้น โดยกล่าวว่า ‘ส่งวิญญาณยากจนไปสู่สุคติ'”
ส่วนตามตำนานพื้นบ้านของชาวฮั่น เล่าว่า ผีผู้ยากจน เป็นบุตรชายของจักรพรรดิจวนซวีในสมัยโบราณ เขามีร่างกายอ่อนแอและเตี้ย ชอบสวมเสื้อผ้าขาด ๆ และกินโจ๊กจืด ๆ แม้จะได้รับเสื้อผ้าใหม่ เขาก็จะฉีกหรือเผาให้เป็นรูเสียก่อนสวมใส่ ทำให้ทุกคนเรียกเขาว่า “เด็กชายผู้ยากจน”
ในวันสุดท้ายของเดือนแรกตามปฏิทินจันทรคติจีน เด็กชายผู้ยากจนเสียชีวิต และเหล่าข้าราชบริพารในวังได้ฝังศพเขาพร้อมกล่าวว่า ” วันนี้เราส่งเด็กชายผู้ยากจนไปสู่สุคติ” นับจากนั้นเป็นต้นมา เด็กชายผู้ยากจนจึงกลายเป็นเทพหรือผีแห่งความยากจน
วิธีการขับไล่ความยากจน
ในวันนี้ชาวบ้านจะปัดกวาดเช็ดถูบ้าน ขนานใหญ่อีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้ทำความสะอาดมากนักในช่วงวันแรก ๆ ของตรุษจีน เพราะกลัวจะกวาดโชคลาภทิ้ง จากนั้น จึงนำขยะที่สะสมไว้ ออกไปทิ้ง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการนำความโชคร้ายและความขัดสนออกไปให้พ้นตัว
นอกจากนี้ บางบ้านยังมีการจุดประทัดเป็นเคล็ดไล่ผีแห่งความยากจนออกไปจากบ้านด้วย
วันม้า 马日
ตามตำนานการสร้างโลกของเทพีหนี่วาได้สร้างสิ่งมีชีวิตทั้งหมด โดยเริ่มจากการสร้างสัตว์เลี้ยงในบ้านหกชนิดก่อน แล้วจึงสร้างมนุษย์ โดยในวันที่ 1-5 หนี่วา ได้สร้าง ไก่ สุนัข หมู แกะ วัว
จนถึงวันที่ 6 คือวันที่ท่านสร้าง ม้า ขึ้นมา ดังนั้น คนจีนจึงเชื่อว่าวันนี้เป็นวันมงคลสำหรับการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ ที่ต้องการความรวดเร็วและมีพละกำลังเหมือนม้า
วันเปิดร้านค้า
วันนี้เป็นวันดีในการ เปิดร้านวันแรก หลังจากหยุดยาวในช่วงตรุษจีน โดยจะมีการจุดประทัดเสียงดังสนั่น เพื่อความเป็นสิริมงคลและขับไล่สิ่งชั่วร้าย
ร้านค้ามักจะมีการประดับประดาด้วยกระดาษสีแดงและแจกส้มมงคล เพื่อดึงดูดลูกค้าและโชคลาภตลอดทั้งปี
