เทศกาลหยวนเซียว (元宵节) เทศกาลโคมไฟ ชมโคมไฟ คืนพระจันทร์เต็มดวง ครั้งแรกของปี

เทศกาลหยวนเซียว (元宵节) เทศกาลโคมไฟ ชมโคมไฟ คืนพระจันทร์เต็มดวง ครั้งแรกของปี

เทศกาลหยวนเซียว (元宵节) เป็นเทศกาลส่งท้ายเทศกาลตรุษจีน (ดูรายละเอียด : เทศกาลตรุษจีนไม่จบแค่วันตรุษจีน) โดยคำว่า 元 หยวน มีความหมายว่า แรก หมายถึง เดือนแรกของปี คำว่า 宵 เซียว หมายถึง กลางคืน จึงใช้เรียกคืนที่พระจันทร์เต็มดวงครั้งแรกในรอบปี หลังผ่านพ้นวันตรุษจีน นั่นก็คือในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 1 ตามปฏิทินจันทรคติจีน

เทศกาลหยวนเซียว ถือเป็นเทศกาลเก่าแก่อีกเทศกาลหนึ่งของจีน และถือเป็นเทศกาลสุดท้ายที่เฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยในคืนของเทศกาลหยวนเซียวนี้ ถือเป็นคืนแรกของปีใหม่ที่จะเห็นพระจันทร์เต็มดวง

โดยในวันนี้จะมีประเพณีแขวนโคมไฟ ดังนั้น เทศกาลหยวนเซียวจึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า “เทศกาลโคมไฟ 灯节 (Lantern festival)” โดยการชมโคมไฟและการกินขนมหยวนเซียวเป็นกิจกรรมสำคัญของเทศกาลหยวนเซียว

การชมโคมไฟในเทศกาลหยวนเซียว

ประเพณีการชมโคมไฟ เล่ากันว่าเริ่มขึ้นเมื่อ 1,900 ปีที่แล้ว ในยุคของจักรพรรดิฮั่นหมิงตี้ แห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ซึ่งมีความศรัทธาในศาสนาพุทธ และทรงทราบว่าว่าในวันขึ้น 15 ค่ำของเดือนอ้าย พระสงฆ์จะเข้าไปสักการะพระธาตุและจุดประทีปบูชาเพื่อแสดงความศรัทธา ดังนั้น จึงมีพระราชบัญชาให้วัดและวัง รวมไปถึงประชาชนทำการแขวนโคมไฟ จนเป็นจุดเริ่มต้นของกิจกรรมชมโคมไฟอย่างแพร่หลาย

มาถึงในสมัยราชวงศ์ถัง ประเพณีการชมโคมไฟก็ยิ่งมีการพัฒนามากขึ้น  ภายในพระราชวัง หรือตามท้องถิ่น ทุกหนทุกแห่งล้วนมีการแขวนโคมไฟ ทั้งยังพัฒนาไปเป็นตึกโคมไฟ ต้นไม้โคมไฟ วงล้อโคมไฟ ซึ่งในยุคนี้ ประเพณีการชมโคมไฟมีการจัดอย่างต่อเนื่องกันถึง 3 วัน และเมื่อมาถึงในช่วงสมัยราชวงศ์ชิง ก็มีการเพิ่มการเชิดสิงโต เชิดมังกร แข่งเรือ จนทำให้เทศกาลนี้มีสีสันมากยิ่งขึ้น

ถึงแม้ว่าโคมไฟที่ใช้ในเทศกาลโคมไฟจะมีด้วยกันหลายแบบ แต่โคมไฟประเภทหนึ่ง ซึ่งถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ชนิดหนึ่งของจีน เรียกว่า โคมม้าวิ่ง (走马灯 : โจ๋วหม่าเติ่ง) ซึ่งมีมามากกว่าพันปี โดยภายในโคมไฟจะมีการติดตั้งกงล้อ พอจุดเทียนในโคมไฟ อากาศที่ได้รับความร้อนจากเปลวเทียนจะดันกงล้อที่ติดภาพกระดาษ ซึ่งนิยมเป็นรูปคนขี่ม้า ในอิริยบถต่าง ๆ หมุนไปตามกงล้อ เงาของรูปคนขี่ม้าก็จะสะท้อนอยู่บนกระดาษชั้นนอกของโคมไฟ มองแล้วเสมือนม้ากำลังวิ่งอยู่ จึงเรียกชื่อโคมไฟนี้ว่า โคมม้าวิ่ง

ขนมหยวนเซียว (元宵)

การกินขนมหยวนเซียวเป็นประเพณีสำคัญอย่างหนึ่งของเทศกาลหยวนเซียว ขนมหยวนเซียวมีลักษณะกลมคล้าย ๆ บัวลอย แต่มีไส้ ทำด้วยแป้งข้าวเหนียว

ทางภาคเหนือของจีนเรียกขนมชนิดนี้ว่าหยวนเซียว (元宵) ส่วนภาคใต้เรียก ทังหยวน (汤圆) หรือ ทังถวน (汤团) ปัจจุบัน ขนมหยวนเซียวมีไส้หลายชนิด โดยรสชาติของขนมหยวนเซียวในพื้นที่ต่าง ๆ จะแตกต่างกัน

กิจกรรมในวันหยวนเซียว

นอกจากการชมโคมไฟและกินขนมหยวนเซียวแล้ว เทศกาลหยวนเซียวยังมี กิจกรรม การละเล่นต่าง ๆ เช่น จุดพลุและประทัด ระบำไม้ต่อขา รำพัด เชิดสิงโต การทายปริศนาโคมไฟ  เป็นต้น

โดยการทายปริศนาโคมไฟ เรียกว่า เติงหมี (灯谜) คือ การที่เจ้าของบ้านมักจะเขียนปริศนาปิดไว้บนโคมไฟที่ประดับไว้หน้าบ้าน เพื่อเชิญชวนให้ผู้คนที่เดินเที่ยวชมโคมไฟได้ลองทาย โดยจะคนจำนวนมากยืนอยู่ใต้โคมไฟนั้น เพื่อครุ่นคิดตอบปริศนาคำทายนั้น โดยมีธรรมเนียมปฏิบัติว่า หากมีผู้สามารถทายปริศนาได้ถูกต้อง เจ้าของบ้านที่แขวนโคมไฟปริศนา ก็จะเชิญผู้นั้น เข้าไปร่วมดื่มน้ำชาภายในบ้าน เพื่อเป็นเกียรติและมอบสิ่งของบางอย่างให้เป็นรางวัล

ในการทายปริศนาโคมไฟนี้ หากโคมไฟบ้านไหนสวย หรือมีการคิดปริศนาคำทายออกมาอย่างฉลาดแยบยล โคมไฟบ้านนั้นก็จะยิ่งมีคนมาจ้องมองมาก เจ้าของบ้านนั้นก็จะเป็นคนที่ใคร ๆ นับหน้าถือตาด้วย

นอกจากการชมโคมไฟ และรับประทานขนมหยวนเซียวแล้ว เทศกาลหยวนเซียวนี้ ในสมัยโบราณ ยังถือเป็นเทศกาลแห่งคู่รักอีกด้วย เนื่องจากสตรีในอดีต ส่วนใหญ่จะเก็บตัวอยู่แต่ในเรือนไม่ค่อยออกมาร่วมกิจกรรมนอกบ้าน แต่ในเทศกาลนี้ หญิงสาวทั้งหลาย จะได้ออกมาชมการประดับโคมไฟ เล่นทายปริศนา ทำให้หนุ่มสาวทั้งหลาย มีโอกาสได้มองหาและเลือกคู่ครองในอนาคตของตนได้

วิธีไหว้ขอลูก ศาลเจ้าพ่อเสือ ในวันที่ 15 เดือน 1 นี้ ในประเทศไทย ที่ศาลเจ้าพ่อเสือ จะถือเป็นวันไหว้ขอพร ด้านการค้า และไหว้ขอลูก ซึ่งเป็นวันเดียวในรอบปี และเป็นวันที่มีฤกษ์ดีที่สุด